6 สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนที่จะเลือกสีชุดแต่งงานของคุณ

Last updated: Aug 12, 2018  |  1279 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog Weddingdress

6 สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนที่จะเลือกสีชุดแต่งงานของคุณ

     เมื่องานสำคัญใกล้เข้ามา เจ้าสาวแทบทุกคนต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องสถานที่ อาหาร ของชำร่วย หรือกระทั่งสีของชุดเจ้าสาวก็ตาม

     พอพูดถึงสีของชุดเจ้าสาวแล้ว เป็นเรื่องสำคัญที่บางคนอาจจะมองข้ามไป เพราะอย่าลืมว่าในงานนี้ คุณจะต้องเป็นผู้หญิงที่สวย สง่า และโดดเด่นที่สุด ซึ่งสีของชุดก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณดูเฉิดฉายได้หากเลือกอย่างเหมาะสม แต่ในทางกลับกัน การเลือกสีที่ไม่เหมาะก็อาจทำให้คุณถูกแขกในงานกลบรัศมีเอาได้ ดังนั้น At Love Marry จึงนำเคล็ดลับในการเลือกสีของชุดเจ้าสาวมาฝาก ลองไปดูพร้อมๆ กันเลย

 


1. เลือกสถานที่จัดงานก่อน

     ลองจินตนาการถึงห้องบอลรูมสุดหรู ตกแต่งด้วยโคมฟระย้า ผ้าม่านสีแชมเปญ และเฟอร์นิเจอร์ไม้เงาวับ แต่เจ้าสาวคนสวยของงานกลับปรากฏตัวออกมาด้วยสีชมพูสดใสดูสิ มันไม่เข้ากันเลยสักนิดใช่มั้ยล่ะสาวๆ ดังนั้น การเลือกสถานที่จัดงานให้ได้ก่อนเลือกสีชุดจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่อย่างไรก็ตาม คุณไม่จำเป็นต้องเลือกชุดที่สีกลืนกับสถานที่มากเกินไปก็ได้ เพราะมันอาจจะดูน่าเบื่อ ดังนั้น ให้คุณมองสถานที่แบบรวมๆ แล้วเลือกชุดที่ดูเหมาะสม ไม่โด่ดจากสถานที่มากเกินไปก็พอ เช่น หากที่จัดงานที่คุณเลือกไว้ตกแต่งด้วยโทนสีอ่อนและธรรมชาติ ก็ลองเลือกชุดเจ้าสาวโทนสีที่ดูนุ่มนวล เช่น สีขาวงาช้าง เป็นต้น

 



2. คิดถึงภาพรวมของงานที่อยากให้เป็น

     สีของชุดสามารถกำหนดอารมณ์โดยรวมของงานได้ เช่น ถ้าคุณต้องการจัดงานฉลองในหมู่เพื่อนฝูงแบบสนุก สดใส ก็สามารถเลือกสีที่มีความฉูดฉาดได้ แต่ถ้าคุณจัดงานแนวคลาสิค ย้อนยุค เป็นทางการล่ะก็ คุณก็ไม่ควรหยิบเอาชุดสีแปลกๆ อย่างสีแดง ดำ หรือสีเหลืองมาใส่ ดังนั้น อีกสิ่งที่คุณควรคิดก่อนตัดสินใจเลือกสีของชุดเจ้าสาวก็คือ “คุณต้องการงานฉลองให้ออกมาเป็นแบบไหน” นั่นเอง

 



3. เลือกสี Pantone

     คุณเคยได้ยินชื่อสี Pantone ไหม? Pantone (Pantone Matching System-PMS) หมายถึง เฉดสีจำนวนมากที่ถูกผสมหรือรวมสีขึ้นมา มักถูกนำมาใช้สำหรับงานพิมพ์ที่ต้องการความเนี้ยบ ความคมชัด และลดโอกาสสีเพี้ยนที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี ซึ่งเฉดสีเหล่านี้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหมู่นักออกแบบ ศิลปิน และอื่นๆ รวมถึงในการทำชุดเจ้าสาวด้วย ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณบอกว่าต้องการชุดสี “ฟ้าน้ำทะเล” แน่นอนว่าภาพในหัวของคนที่ได้ยินนั้นแตกต่างกันออกไป ซึ่งนั่นอาจทำให้สีของชุดที่คุณได้รับ ไม่ใช่ฟ้าน้ำทะเลในแบบที่คุณอยากได้ ทว่าการใช้ชาร์ตสี Pantone ในการระบุสีที่ต้องการ จะทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน และคุณก็จะได้รับชุดสีสวยตรงกับที่คิดไว้นั่นเอง

 



4. อย่าลืมความเป็นกลาง

     สีสันที่สดใสฉูดฉาดนั้นอาจดูสนุกสนาน แต่สาวๆ อย่าลืมว่า ต่อให้อยากได้ความสดใสในงานแต่งมากแค่ไหน แต่ก็ควรจะผสมโทนสีอ่อนอย่างขาว หรือสี Taupe (น้ำตาลอมเทา) ลงไปด้วย เพื่อให้เกิดความสมดุลของสี โดยถ้าคุณต้องการสวมชุดที่สีสันสดใสอย่างเช่น สีชมพู และอยากจะตกแต่งงานด้วยโทนสีฉูดฉาดเช่นเดียวกันแล้วล่ะก็ อาจจะเลือกใช้สีโทนกลางๆ ออกไปในแนวเดียวกับผ้าม่านหรือผ้าปูโต๊ะ เพื่อให้ภาพรวมของงานดูไม่ฉูดฉาดจนเกินไปนั่นเอง

 



5. คิดเกี่ยวกับพื้นผิวและแสง

     สีของชุดเจ้าสาวนั้น จะมีแสงเงาที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละชนิดของเนื้อผ้า เช่น สีขาวของผ้าไหม จะให้ความเงาน้อยกว่าสีขาวของผ้าเครป หรือผ้าต่วน เป็นต้น ดังนั้น การเลือกสีละชนิดขอผ้าจึงสำคัญพอๆ กัน โดยเฉพาะเวลาที่เป็นงานกลางแจ้ง หรือตอนโดนแฟรชเวลาถ่ายรูป ถ้าเลือกผ้าที่มีความมันเงามากจนเกินไปอาจทำให้ชุดเวลาโดนแสงสะท้อนจะดูไม่ค่อยสวย

 



6. จำกัดเฉดสีให้กลมกลืน

      ชุดแต่งงานที่ดีควรจะมีความคุมโทน อาจจะมีสีที่แตกต่างกันออกไปสองถึงสามสีในหนึ่งชุดได้ แต่จะต้องไปในโทนเดียวกัน ถึงแม้ว่าการได้ใส่ชุดหลากสีจะดูน่าสนุก แต่จำไว้ว่านี่เป็นงานแต่งานนะสาวๆ ไม่ใช่งานเลี้ยงแฟนซี การเลือกชุดที่สีไปกันคนละทางอาจทำให้คุณในอีกสิบปีข้างหน้ากลับมามองรูปวันแต่งงานแล้วอดขำไม่ได้ว่า ตอนนั้นตัวเอทำไปได้ยังไงกันนะ!

 



     หากคุณกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกชุดเจ้าสาวสีไหนดี ติดต่อผู้เชี่ยวชาญที่ At Love Marry วันนี้! เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการเลือกสีชุดเจ้าสาวที่เข้ากับคุณที่สุด หรือหามีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลอื่นๆ สามารถติดต่อเราได้ที่ 080-030- 8899 หรือ 084-422-1455

 

Powered by MakeWebEasy.com